ผังเมืองคืออะไร? โซนพื้นที่สีต่างๆ ที่นักลงทุนต้องรู้

ผังเมืองคืออะไร? โซนพื้นที่สีต่างๆ ที่นักลงทุนต้องรู้

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมที่ดินแปลงหนึ่งถึงมีราคาพุ่งสูงลิ่ว ขณะที่อีกแปลงที่ดูผิวเผินแล้วคล้ายกัน กลับมีราคาที่ต่ำกว่าอย่างน่าประหลาดใจ? คำตอบส่วนหนึ่งไม่ได้อยู่ที่ตัวทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “ผังเมือง” ด้วย! ผังเมืองก็เหมือนกับแผนที่ชีวิตของเมือง ที่คอยกำหนดทิศทางการพัฒนาและใช้งานที่ดินแต่ละประเภทให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้เมืองเติบโตอย่างมีระเบียบและยั่งยืน

ในฐานะนักลงทุนหรือคนที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ ผังเมืองคือข้อมูลสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยครับ เพราะมันจะบอกเราได้ว่าที่ดินที่เราสนใจนั้นตั้งอยู่ใน “พื้นที่สีผังเมือง” แบบไหน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง กฎหมายแต่ละสีก็แตกต่างกันไป มีทั้งข้อกำหนดเรื่องการสร้างอาคารสูง, ขนาดพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่ประเภทกิจการที่อนุญาตให้เปิดได้

เข้าใจสีผังเมือง… ก่อนตัดสินใจลงทุน

ผังเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแบ่งประเภทที่ดินออกเป็น 6 กลุ่มหลักๆ ตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีสีและรหัสกำกับที่แตกต่างกันไป มาดูกันครับว่าแต่ละสีมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง:

โซนสีผังเมืองที่ 1: สีเหลือง – ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

ถ้าคุณกำลังมองหาที่ดินในทำเลที่เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ และมีบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ “ที่ดินสีเหลือง” คือคำตอบครับ! ที่ดินโซนนี้จะอยู่ในพื้นที่ชานเมือง และมีรหัสกำกับตั้งแต่ ย.1-ย.4 มุ่งเน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย

ย.1: บ้านเดี่ยวในฝัน

สำหรับ ย.1 จะถูกจำกัดให้สร้างได้เฉพาะ บ้านเดี่ยว เท่านั้นครับ ใครที่ฝันอยากมีบ้านหลังใหญ่พร้อมสวนสวยๆ สักหลัง ที่ดินโซนนี้ตอบโจทย์สุดๆ เลย

ย.2-ย.4: ทาวน์เฮาส์และอาคารชุดขนาดเล็ก

ส่วน ย.2 เป็นต้นไปสามารถสร้าง ทาวน์เฮาส์ ได้ และ ย.3 เป็นต้นไปก็เริ่มมี อาคารชุดขนาดเล็กและกลาง ให้เห็นบ้าง โดยที่ดิน ย.4 จะเน้นทำเลที่อยู่ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้คนชานเมืองเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกขึ้น

โซนสีผังเมืองที่ 2: สีส้ม – ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

ที่ดินโซน “สีส้ม” จะเป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องกับเขตเมืองชั้นในและมีรหัส ย.5-ย.7 เป็นทำเลที่เหมาะกับการสร้างที่อยู่อาศัยได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะ ย.5 ที่เน้นรองรับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยจากใจกลางเมือง

โซนสีผังเมืองที่ 3: สีน้ำตาล – ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

มาถึงโซนที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดอย่าง “สีน้ำตาล” ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเมืองชั้นใน มีรหัส ย.8-ย.10 ที่ดินโซนนี้เป็นแหล่งรวมของ คอนโดมิเนียม และ เรสซิเดนส์ หรูหราต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด เพราะสามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ทุกรูปแบบ ยิ่งใกล้ย่านธุรกิจเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น

ย.8-ย.10: ใจกลางเมือง…แหล่งรวมคอนโดหรู

ย.8 จะเน้นการรักษาทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ส่วน ย.9 และ ย.10 จะเป็นพื้นที่ในเขตเมืองชั้นในและอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชน ทำให้การเดินทางสะดวกสบายสุดๆ เป็นที่หมายปองของนักลงทุนและผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในเมือง

โซนสีผังเมืองที่ 4: สีแดง – ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม

ถ้าคุณกำลังมองหาที่ดินเพื่อทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านค้า, ห้างสรรพสินค้า, หรือสำนักงาน ที่ดิน “สีแดง” คือคำตอบที่ใช่ที่สุดครับ! ที่ดินโซนนี้ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ มีรหัสตั้งแต่ พ.1-พ.5 โดยที่ดินโซนนี้มีข้อจำกัดในการก่อสร้างน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับที่ดินสีอื่นๆ

โซนสีผังเมืองที่ 5: สีม่วง – ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม

ที่ดิน “สีม่วง” ใช้สำหรับกิจการประเภท อุตสาหกรรม มีรหัส อ.1-อ.3 เหมาะกับการสร้างโรงงาน คลังสินค้า หรือโกดังต่างๆ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ เช่น หอพัก หรือคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก เพื่อรองรับแรงงานในพื้นที่

โซนสีผังเมืองที่ 6: สีขาวและสีเขียว – ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

สำหรับที่ดินประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ: “สีขาวที่มีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว” ซึ่งเป็นที่ดินเพื่ออนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม และ “สีเขียว” ซึ่งเป็นที่ดินเพื่อชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งมีรหัสกำกับตั้งแต่ ก.1-ก.5 ที่ดินโซนนี้มุ่งเน้นการสงวนรักษาพื้นที่ธรรมชาติและส่งเสริมเศรษฐกิจภาคการเกษตร

โซนสีผังเมืองที่ 7: สีน้ำตาลอ่อน – ที่ดินเพื่ออนุรักษ์ฯ

“สีน้ำตาลอ่อน” คือที่ดินที่มุ่งเน้นการ อนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในอย่างบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ และมีรหัส ศ.1-ศ.2 ซึ่งสามารถสร้างกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้

โซนสีผังเมืองที่ 8: สีน้ำเงิน – ที่ดินเพื่อสถาบันราชการฯ

“สีน้ำเงิน” คือที่ดินของรัฐสำหรับ สถาบันราชการ หรือใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์ เช่น โรงเรียน, โรงพยาบาล, วัด หรือสถานีรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ที่ดินบางส่วนที่ไม่ได้ใช้งานก็อาจถูกนำมาให้เอกชนเช่าเพื่อพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้าหรืออาคารสำนักงานได้

อัปเดต! ผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2563)

เมื่อโลกเปลี่ยนไป เมืองก็ต้องปรับตัวตาม! สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ (พ.ศ. 2563) เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นแนวคิด “ไร้รอยต่อ” ที่เชื่อมโยงการพัฒนาเมืองเข้ากับการคมนาคมขนส่ง

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้เกิด ศูนย์กลางพาณิชยกรรม ใหม่ๆ เช่น บางซื่อ, วงเวียนใหญ่, และมักกะสัน นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนพื้นที่ สีเหลือง ในบางโซนของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกให้กลายเป็นพื้นที่ สีส้ม มากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นขึ้นในอนาคต

ผังเมืองคืออะไร? โซนพื้นที่สีต่างๆ ที่นักลงทุนต้องรู้

บทสรุป: ความรู้คือพลังที่เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นโอกาส

ผังเมืองเปรียบเสมือน เข็มทิศ ที่ช่วยนำทางให้นักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์สามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้น การทำความเข้าใจในความหมายของสีผังเมืองแต่ละประเภทจะช่วยให้เราประเมินศักยภาพของที่ดินได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับการลงทุนของเรา เพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในกฎเกณฑ์และทิศทางการพัฒนาของเมืองในอนาคตด้วยครับ

ตารางสรุปสีผังเมือง

สีผังเมืองความหมายหลักประเภทการใช้งานที่เด่นชัด
สีเหลืองที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยบ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮาส์
สีส้มที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางบ้านจัดสรร, อาคารชุดขนาดกลาง
สีน้ำตาลที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากคอนโดมิเนียม, อาคารชุดสูง
สีแดงพาณิชยกรรมห้างสรรพสินค้า, อาคารสำนักงาน, ร้านค้า
สีม่วงอุตสาหกรรมโรงงาน, คลังสินค้า, โกดัง
สีเขียวเกษตรกรรม/ชนบทพื้นที่การเกษตร, สวน, ไร่, นา
สีน้ำเงินราชการ/สาธารณูปโภคหน่วยงานราชการ, โรงเรียน, โรงพยาบาล, วัด
สีน้ำตาลอ่อนอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นที่ประวัติศาสตร์, โบราณสถาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. Q: ผังเมืองคืออะไรและสำคัญอย่างไรกับนักลงทุน? A: ผังเมืองคือแผนผังที่กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในแต่ละพื้นที่เป็นสีต่างๆ เพื่อให้เมืองเติบโตอย่างมีระเบียบและยั่งยืน สำหรับนักลงทุน ผังเมืองจะบอกได้ว่าที่ดินที่เราสนใจสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาและศักยภาพในการลงทุน
  2. Q: ที่ดินสีไหนที่สามารถสร้างอาคารพาณิชย์ได้? A: ที่ดินสีแดง ซึ่งเป็นที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม เหมาะสำหรับการสร้างอาคารพาณิชย์, ร้านค้า, หรือห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ยังสามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย
  3. Q: ที่ดินสีน้ำตาลต่างจากสีเหลืองและสีส้มอย่างไร? A: ที่ดินสีน้ำตาลเป็นที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก อยู่ในเขตเมืองชั้นใน มีมูลค่าสูงและเหมาะกับการสร้างคอนโดมิเนียม ส่วนสีเหลืองและสีส้มเป็นที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีความหนาแน่นน้อยถึงปานกลางและอยู่ในพื้นที่ชานเมือง
  4. Q: สามารถตรวจสอบผังเมืองของที่ดินที่เราสนใจได้อย่างไร? A: สามารถตรวจสอบข้อมูลผังเมืองได้ที่สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร หรือเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่นั้นๆ
  5. Q: การปรับปรุงผังเมืองฉบับใหม่มีผลกระทบอะไรบ้าง? A: การปรับปรุงผังเมืองฉบับใหม่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในแนวรถไฟฟ้า ทำให้บางพื้นที่ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยถูกปรับให้เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

แหล่งที่มา

บริหารที่ดิน@239ASSET
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.